ไร่เอกเขนก
ธรรมดา ธรรมชาติ ธรรมะ
Rai Ekanake...easy not lazy
คำถามสุดคลาสสิกของคนที่มาที่ไร่เอกเขนก คือ ที่ไร่ทำอะไร ปลูกอะไร รายได้จะมาจากไหน แล้วจะอยู่จริงๆได้อย่างไร เป็นคำถามน่ารักๆจากเพื่อนทุกคนที่แวะมาแล้วถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความเอื้ออาทร เราก็ตอบไปตามประสาเรา เพื่อนๆเข้าใจบ้าง งงๆกลับไปบ้าง
ชีวิตของเรามันแสนธรรมดาและธรรมชาติ จริงๆแล้วชีวิตมันไม่มีอะไร ทำชีวิตให้ง่ายๆเราไม่ได้เกิดมาเพื่อหาเงิน แต่เราเกิดมาเพื่อหาว่า เราเกิดมาเพื่ออะไรต่างหาก ถ้าเราเจอความจริงนั้นเมื่อไหร่ เราจะพบ ความสบาย ที่สะอาดและแสนสงบ เหมือนที่ ไร่เอกเขนก กำลังหาความจริงนั้นให้เจอ เพราะชีวิตคือการเรียนรู้...เรียนรู้การใช้ชีวิตที่เป็นของเรา...ในแบบของเรา
a'sey a'sey crafe'
a'sey a'sey crafe' (เอเซ เอเซ คราฟเฟ่) จะบอกว่าเป็นร้านกาแฟส่ะทีเดียวก็อาจจะไม่ถูกนัก เราเรียกที่นี่ว่า "บ้าน" เราคิดดีไซน์ห้องโถงตกแต่งเป็นที่ต้อนรับเพื่อนๆมาเอกเขนกกันครับ คำว่า a'sey a'sey crafe' เป็นภาษา พม่าแปลว่า "สบาย สบาย" ส่วนคำว่า crafe' (คราฟเฟ่) ก็มาจากที่เราผสมคำว่า craft และ cafe' เข้าด้วยกัน เพราะงานที่คาเฟ่แห่งนี้เป็นการผสมผสานงานสไตล์ handmade ผนังบ้านดิน การตกแต่งสไตล์วินเทจผสมผสานงานพื้นถิ่นทั้งงานไม้ งานหวาย งานผ้า โดยเมนูเครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นแบบslow bar เราเปิดบ้านวันที่ 10-20 ของทุกเดือน ส่วนวันที่เหลือของเดือนคนชงกาแฟคือผมเองนั่นละครับ ขอเวลาไปเรียนรู้ปลูกผักอินทรีย์และหาความรู้ใหม่ๆครับ เพราะเราเชื่อว่าชีวิตของเราออกแบบได้
Clay House Revolution
บ้านดินสีครามสไตล์ไร่เอกเขนก ที่ดูไม่เหมือนบ้านดิน แต่ยืนยันว่าสร้างจากดินในไร่จริงๆเราคิดเราสร้างไว้เป็นทั้ง บ้าน และเป็น สถานที่ contact point ไว้ต้อนรับเพื่อนๆครับ บ้านดินโดนป้ายสีหลังนี้อยู่ใน "โซนธรรมดา" ของไร่เอกเขนกใน "concept สบายๆ" ที่ผมตั้งใจว่าอยากให้เพื่อนๆได้มีพื้นที่ ที่ลดความปราณีตในชีวิตลง ได้ใช้ชีวิตธรรมดาบ้าง และ ได้อยู่ใกล้ธรรมชาติ ซึ่งด้านหลังบ้านเป็น "โซนธรรมชาติ" ใน "concept สะอาด" กับแปลงผัก organic ที่เพื่อนๆจะได้ตัดผักสดๆจากแปลง กันครับ
Organic Vegetable Farm
ในวันแรกที่ไร่เอกเขนก เริ่มปลูกผักโดยที่ยังไม่รู้จะขายใคร จะมีใครมาซื้อหรือเปล่า ถ้าเอาตรรกะของทุนนิยมมาคิด ก็คงมีแต่คนว่าบ้าแน่ๆไม่หาตลาด ไม่คำนวนต้นทุน ไม่วางแผนปลูก ไม่มีความพร้อมอะไรสักอย่าง เจ๊งแน่นอน ความฉลาดในความคิดเหล่านี้แหละปิดโอกาสดีๆหลายๆอย่างในชีวิตของตัวเอง ผมจึงคิดว่าปลูกผักอินทรีย์เพราะอยากปลูก ก็ปลูกเลย ....จนกระทั่งในวันนี้ก็ยังไม่หมดความพยายาม ที่จะทำเกษตรอินทรีย์ในไร่เอกเขนกให้เกิดขึ้นจริงเลี้ยงตัวเองได้ ช่วงนี้ก็เลยลองปลูกกินเองทุกอย่างที่อยากกิน ผักสลัด ชมจันทร์ มะเขือ จิงจูช่าย สตรอเบอรี่ เชียงดา ผักเหลียง ผักปลั่ง ฟักแม้ว ฯ และกำลังจะเริ่มลงผลไม้ด้วยครับ มีทั้ง หม่อน กล้วย ทุเรียน จะมีผลผลิตอย่างไรยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคนกินปลอดภัยไร้สารเคมีแน่นอนครับ
My Activities




ใจใจ มาร์เก็ต
พอปลูกกินเหลือทำบุญบ้างแจกบ้าง ก็ยังเหลืออีก เป็นอย่างที่พ่อของเราทุกคนสอนเลยครับ บันไดสี่ขั้น คือ 1.กิน 2.ทำบุญ 3.แจก 4.ขาย โปรเจคอนาคต เราจึงคิดเรื่องจะขาย แต่ไร่เอกเขนกไม่ได้มีแนวคิดดำเนินการทางธุรกิจ100% เราเลยคิดว่าจะทำร้านค้าเล็กๆ หน้าไร่เอกเขนก ที่มีแนวคิดและชื่อร้านว่า "ใจใจ มาร์เก็ต" ซึ่งที่มาประกอบด้วย "ใจ" สองดวงคือ "ใจคนปลูก" และ "ใจคนกิน" ซึ่งร้านเราจะไม่มีคนขายหรือคนเฝ้าร้าน แต่จะเขียนราคาของแต่ละอย่างไว้แล้ววางกล่องให้ใส่เงินเองครับ นั้นคือที่มาของ คำว่า "ใจใจ" จริงๆครับ ถ้า "ใจใจ" กันแล้วไม่รอดอีกเราก็เลิกขาย แต่ผมเชื่อในความคิดดีของคนครับ จะลองดูอีกครั้ง ปล. วันนี้เอารูปตอนก่อสร้างร้านมาให้ดูกันก่อนครับ ร้านเปิดเมื่อไรจะมาอัพเดทอีกทีนะครับ

Dhama Zone
มีเพื่อนมาเยี่ยมที่ไร่เอกเขนก แล้วตั้งคำถามว่าที่สร้างกุฎิดิน ทำไมถึงใช้ดินทำและในกุฏิมีอะไร ในกุฏิดินมีปริศนาธรรม เรื่อง จิตคือพุทธะ คือสิ่งที่มีในตน แต่เราไม่ค่อยได้เห็นครับ คือ ตอนที่เริ่มก่อสร้างก็ไม่ได้วางแผนจะทำเรื่องนี้แค่อยากสร้างกุฏิจากดินให้เสร็จ แต่ระหว่างสร้างก็ได้ทำงานกับช่างทำไปทำมาก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น ถ้าเหตุบังเอิญไม่มีในโลก ก็คงต้องเรียกเหตุนี้ว่า เหตุธรรมะจัดสรร และปริศนาธรรมทั้งหมด เป็นเพียงส่วนที่ผมตีความเองผมเชื่อว่าเพื่อนๆก็จะมีมุมมองที่แตกต่างออกไปอยากให้เพื่อนๆได้เปิดใจ "ว่าง" แล้วลองค้นหา "ปริศนาธรรม" ตามที่ตัวเองเห็นได้อย่างอิสระนะครับ

Organic Free Range Eggs
เมื่อก่อนอยากกินไข่ไก่ก็ไปตลาด แต่ปัจจุบันอยากกินไข่ไก่ก็ไปหลังบ้าน
ตอนนี้ที่ไร่เอกเขนกเลี้ยงไก่ไข่สิบตัว มีไข่ให้กินทุกวันๆละห้าหกใบ ถึงมันจะไม่ใช่ไข่ไก่ที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับในท้องตลาดแต่เป็นไข่ไก่ที่เรากินแล้วมีความสุขมากที่สุด แม่ไก่เราก็ออกไข่ด้วยความเต็มใจ วันนี้เราได้ไข่ห้าใบก็มีความสุขมากกว่าการได้รับเงินห้าร้อยบาท เพราะเราได้ความสุขจากคุณค่าของสิ่งนั้นมากกว่ามูลค่าของสิ่งนั้น
